ปัจจัยเสี่ยง
- อายุ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
- ประวัติทางครอบครัว เมื่อสมาชิกเพศชายที่มีความสัมพันธ์โดยตรงในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ก็จะทำให้อัตราการเกิดโรคนี้ของเพศชายในครอบครัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- เซลล์ในต่อมลูกหมาก เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิวิทยาที่ผิดปกติ
อาการ/สัญญาณเตือน
มะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรกมักไม่แสดงอาการใดๆ แต่เมื่อมะเร็งขยายตัวมากขึ้นจนไปกดทับท่อปัสสาวะ จะทำให้เกิดอาการแปรปรวนของระบบทางเดินกระเพาะปัสสาวะส่วนล่าง เช่น ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะช่วงกลางคืน มีอาการแสบขัดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะไม่พุ่งหรือต้องใช้เวลาในการเบ่ง หากปล่อยทิ้งไว้ผู้ป่วยจะปัสสาวะลำบากและบ่อยขึ้น จนถึงขั้นปัสสาวะเป็นเลือดได้
การตรวจ
- การตรวจทางทวารหนักเพื่อคลำหาก้อนมะเร็ง (digital rectal examination หรือ DRE) โดยแพทย์จะใช้นิ้วสอดเข้าทางทวารหนัก เพื่อตรวจคลำขนาดรูปร่างและความยืดหยุ่นของต่อมลูกหมาก
- การเจาะเลือดเพื่อหาสารบ่งชี้มะเร็ง PSA (prostatic-specific antigen) ซึ่งสารชนิดนี้จะถูกผลิตขึ้นมามากกว่าปกติในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
- การตรวจโดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
เป็นการใช้สนามแม่เหล็กความเข้มสูง คลื่นความถี่วิทยุร่วมกับการคำนวณด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้ภาพเสมือนของอวัยวะภายในร่างกาย ช่วยให้แพทย์เห็นรายละเอียดของเนื้องอกในส่วนต่างๆของร่างกายได้ โดยปกติการตรวจมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยเอ็มอาร์ไอที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน เราเรียกว่า เอ็มพีเอ็มอาร์ไอ (Multi-parametric magnetic resonance imaging: mpMRI) ซึ่งเป็นวิธีการที่ทำให้แพทย์เห็นภาพต่อมลูกหมากได้อย่างละเอียดชัดเจนโดยเอ็มพีเอ็มอาร์ไอ จะใช้ 3 เทคนิคร่วมกันในการตรวจหามะเร็ง และแปลผล นั่นคือ เทคนิคการสร้างภาพแบบ T2 (T2-weighted imaging) เทคนิคการสร้างภาพแบบ DWI (Diffusion-weighted imaging) และเทคนิคการใช้สารทึบรังสี (Contrast media) หรือที่เรียกว่าการฉีดสี (Dynamic contrast study)เพื่อให้สามารถเห็นมะเร็งได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
กรณีที่ผลการตรวจเบื้องต้น
พบมีความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก แพทย์จะพิจารณาตรวจหามะเร็งด้วยวิธี
- การตรวจอัลตราซาวนด์ต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก (transrectal ultrasound: TRUS) เป็นการตรวจโดยใช้คลื่นเสียง ซึ่งแพทย์จะใช้เครื่องมือสอดเข้าทางทวารหนักไปยังตำแหน่งของต่อมลูกหมาก จากนั้นจะใช้เข็มขนาดเล็กดูดเซลล์ต่อมลูกหมาก 12 ตัวอย่างจาก 12 ตำแหน่ง ออกมาตรวจทางพยาธิวิทยา
- MRI/Ultrasound Fusion Biopsy เป็นเทคโนโลยีการสร้างภาพสามมิติพร้อมการทำอัลตราซาวนด์แบบ real-time ที่ช่วยให้แพทย์เห็นรายละเอียดและตำแหน่งของก้อนมะเร็งในต่อมลูกหมากได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถกำหนดบริเวณที่จะตัดชิ้นเนื้อออกมาตรวจได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องสุ่มตรวจ
การรักษา
ข้อบ่งชี้ของทางเลือกในการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก ได้แก่ ตำแหน่ง ขนาด ระยะของเซลล์มะเร็ง สภาพร่างกายและจิตใจ รวมถึงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยภายหลังการรักษา โดยปัจจุบันผู้ป่วยมีทางเลือกในการรักษาดังต่อไปนี้
การผ่าตัด
การผ่าตัดโดยใช้วิธีส่องกล้อง ( laparoscopic radical prostatectomy) เป็นการผ่าตัดที่พัฒนามาจากการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบเดิม ด้วยวิธีนี้ แพทย์จะสอดกล้องที่เรียกว่า laparoscope และเครื่องมือต่างๆ ผ่านแผลผ่าตัดขนาดเล็ก แล้วทำการผ่าตัดผ่านจอมอนิเตอร์ ผลคือผู้ป่วยเจ็บตัวน้อยลง ฟื้นตัวเร็วขึ้น เกิดผลข้างเคียงน้อยกว่า และผลการรักษาดีกว่าการผ่าตัดใหญ่แบบเปิดหน้าท้อง
รังสีรักษา
ซึ่งมีทั้งการฝังแร่ต่อมลูกหมาก และการฉายรังสีขึ้นอยู่กับผู้ป่วยว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดความเสี่ยงต่ำ ความเสี่ยงปานกลาง หรือความเสี่ยงสูง
วิธีหนึ่งที่ใช้ในปัจจุบันเรียกว่า SBRT หรือรังสีร่วมพิกัดเสมือนผ่าตัด ซึ่งสามารถที่จะทำให้การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากใช้การฉายรังสีเพียง 5 ครั้งเท่านั้น ทำให้ได้ปริมาณรังสีที่สูงในขณะที่ผลการรักษาดีและปลอดภัย ในปัจจุบันได้เป็นทียอมรับ SBRT เป็นวิธีการรักษาที่ปลอดภัยและได้ผลในกลุ่มที่มีความเสี่ยงกลางต่ำ (LOW to INTERMEDIATE RISK) โดยประวัติการรักษาด้วย SBRT เริ่มตั้งแต่ปี 2000 ในปัจจุบันมีรายงานที่เปรียบเทียบถึงผลการรักษามากมาย
Hydrogel placement (Rectal spacer) นวัตกรรมไฮโดรเจล สำหรับป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ลำไส้ใหญ่จากการฉายแสง
- ไฮโดรเจลผลิตจากสารโพลีเอธิลีน ไกลคอล (polyethylene glycol: PEG) ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมและย่อยสลายได้ เป็นสารที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้วว่ามีความปลอดภัย
- นวัตกรรมไฮโดรเจลเป็นวิธีการใหม่ที่ช่วยลดผลแทรกซ้อนจากการรักษาด้วยการฉายรังสีและการฝังแร่ โดยไฮโดรเจลจะทำหน้าที่เหมือนเป็นหมอนคั่นระหว่างต่อมลูกหมากและลำไส้ตรง ด้วยการเพิ่มช่องว่างระหว่างอวัยวะทั้งสอง ซึ่งปกติอยู่ห่างกันประมาณ 2-3 มม. ให้มีระยะห่างเพิ่มขึ้นประมาณ 1ซม. ทำให้ลำไส้ตรงไม่ได้รับรังสีหรือได้รับรังสีน้อยมาก
Gold fiducial markers Implantation การฝังทองเพื่อระบุตำแหน่งในการฉายรังสี
- การฝังทองเพื่อระบุตำแหน่งในการฉายรังสี (Gold fiducial markers Implantation) ร่วมกับ ระบบภาพนำวิถี (Image-guided) เป็นเทคโนโลยี่ ขั้นสูงสาหรับการฉายรังสีในผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถ กำหนดเป้าหมายในการรักษาได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย ลดขอบเขตของความคลาดเคลื่อนระหว่างการฉายรังสี และรักษาเนื้อเยื่อปกติ โดยรอบให้ปลอดภัยมากที่สุด
การให้ยาเคมีบำบัด
ซึ่งปัจจุบันให้ผลการรักษาที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันแพทย์ก็มีวิธีบรรเทาอาการไม่พึงประสงค์ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากยาให้ลดน้อยลงได้
การรักษาด้วยฮอร์โมน
เป็นการรักษาเพิ่มเติมหลังการผ่าตัด หรือในกรณีที่มะเร็งอยู่ในระยะแพร่กระจาย โดยแพทย์จะทำการลดหรือกำจัดฮอร์โมนเพศชายด้วยการใช้ยาต้านฮอร์โมน หรือผ่าตัดเอาอัณฑะออก
บทความโดย: นพ. นิธิ นาวานิมิตกุล
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา
ศูนย์ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา